วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

วิธีทำพินัยกรรมแบบธรรมดา

ต้องทำเป็นหนังสือ จะเขียนหรือพิมพ์ โดยจะให้ใครเขียนหรือพิมพ์ก็ได้ ต้องลงวันที่ เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม ต้องมีข้อความแสดงว่าเป็นพินัยกรรม คือ มีข้อความระบุว่าจะยกทรัพย์สินหรือกิจการใดให้แก่ใคร เท่าใด ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าพยาน จะใช้ตราประทับ หรือเครื่องหมายอย่างอื่นแทนการลงลายมือชื่อไม่ได้ ถ้าลงลายมือชื่อไม่ได้ จะพิมพ์ลายนิ้วมือก็ได้ แต่ต้องมีพยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ 2 คนในขณะนั้น พยานรับรองข้อความในพินัยกรรมต้องมี 2 คน พยานรับรองข้อความในพินัยกรรมทั้ง 2 คน ต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม ผู้เขียนพินัยกรรม (ผู้พิมพ์พินัยกรรมถือว่าเป็นผู้เขียน) ถ้าเป็นพยานรับรองข้อความในพินัยกรรมด้วยก็ต้องระบุให้รู้ว่าเป็นทั้งผู้เขียนและพยาน ถ้ามีการขูดลบตก เติม หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงในพินัยกรรม จะต้องลงวัน เดือน ปี และลายมือชื่อกำกับต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน พยานต้องลงลายมือชื่อด้วย ถ้าผู้อื่นเขียน ก็ให้ลงลายมือชื่อไว้ด้วย

จุฬาลักษณ์ บุญรัตน์

การทำพินัยกรรม

พินัยกรรม คือ คำสั่งสุดท้ายซึ่งแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สิน หรือกิจการต่างๆ ของผู้ทำพินัยกรรม เพื่อที่จะเกิดผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย โดยกำหนดแบบหนึ่งแบบใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ
1. พินัยกรรมแบบธรรมดา
2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ
3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
4.พินัยกรรมแบบเอกสารลับ
5.พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา
แนวทางการปฏิบัติ พินัยกรรมทั้ง 5 แบบ นายอำเภอไม่มีหน้าที่ต้องไปเกี่ยวข้องทั้งหมด คงมีหน้าที่เกี่ยวข้องเพียง 3 แบบ เท่านั้น คือ แบบทำเป็นเอกสารฝ่ายเมือง แบบเอกสารลับ และแบบทำด้วยวาจา และนอกจากนี้ นายอำเภอยังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องการตัด หรือถอนทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดก และการสละมรดกด้วย

จีราศักดิ์ ชุมเชื้อ

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

การทำพินัยกรรมอย่างง่าย ๆ

พินัยกรรมเป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะ ว่าหากเราประสงค์จะให้ทรัพย์สินของเราตกได้แก่ใคร เมื่อเราตายไปแล้วนั้นก็ สามารถทำได้ ลักษณะเช่นนี้เรียกว่าพินัยกรรซึ่งก็ต้องทำตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยต่างกับการที่เรายกทรัพย์สินให้ผู้อื่นในขณะที่เรามีชีวิตอยู่เป็นเรื่องของการให้โดยเสน่หา
ในเรื่องการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายนั้น ไม่จำกัดเฉพาะแต่หากเขาตายไปแล้วให้ทรัพย์สินของเขาตกได้แก่ใครเท่านั้น เขาอาจกำหนดการเผื่อตายว่าหากเขาตายไปแล้วได้ให้ดวงตาของเขาตกได้แก่โรงพยาบาลนั้น ปอดของเขาตกได้แก่โรงพยาบาลนี้ก็มี ย่อมทำได้เช่นเดียวกัน เพราะในเรื่องพินัยกรรมนั้นกฎหมายได้เขียนไว้กว้าง ๆ รวมทั้งทรัพย์สินและการอื่นใดต่าง ๆ ที่สามารถบังคับได้ด้วย และยิ่งกว่านั้นเขาอาจทำพินัยกรรมตัดมิให้ทายาทของเขารับมารดกของเขา ก็ย่อมทำได้อีกว่า พินัยกรรมซึ่งก็ต้องทำตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้
ถ้าหากเราประสงค์จะทำพินัยกรรมเองจะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยหากเราอ่านออกเขียนได้ก็ย่อมทำได้ พินัยกรรมประเภทนี้เราเรียกว่าพินัยกรรม แบบเขียนด้วยตนเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องมีพยานรู้เห็น เราเขียนของเราเองขี้นมาก็ย่อมทำได้ ไม่มีปัญหาอะไรไม่ใช่เรื่องยากเย็นด้วย อย่างไรก็ดี พินัยกรรมแบบที่เขียนเองนั้นก็ควรเป็นเรื่องที่ไม่สลับซับซ้อน ผู้ทำที่เราประสงค์จะยกทรัพย์สินให้นั้นเป็นบุคคลอื่นซึ่งเราเห็นว่าเขาควรจะได้ทรัพย์สินจากเราเมื่อเราตายไปแล้วก็ย่อมกระทำได้

ทรงธรรม แซ่ซื่อ

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

สามีมีกิ๊ก

กฎหมายครอบครัว
ผลเกี่ยวกับค่าทดแทนถ้าศาลพิพากษาให้หย่ากัน เพราะชายไปอุปการะเลี้ยงดูยกย่อง หญิงอื่นเหมือนกับว่าหญิงอื่นนั้นเป็นภริยาของตน ภริยามีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีและ จากหญิงอื่นนั้นโดยต้องฟ้องหย่ากับสามีก่อนจึงจะมีสิทธิได้รับค่าทดแทนดังกล่าวถ้าไม่ได้ฟ้อง หย่าก็มีสิทธิได้รับค่าทดแทนเฉพาะจากหญิงอื่นเท่านั้นโดยถือว่าหญิงอื่นนั้นได้แสดงตัวโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทางชู้สาว (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๓) ถ้าศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะ ภริยามีชู้ สามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากภริยาและจากชายชู้โดยต้องฟ้องหย่ากับภริยาก่อนจึง จะมีสิทธิได้รับค่าทดแทนดังกล่าว ถ้าไม่ได้ฟ้องหย่าสามีก็มีสิทธิได้รับค่าทดแทนเฉพาะจาก ชายชู้ เท่านั้นโดยถือว่าชายชู้นั้น ได้ล่วงเกินภริยาของตนในทางชู้สาว (ประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ๑๕๒๓) แต่อย่างไรก็ตาม การเรียกค่าทดแทนในกรณีที่สามีอุปการะเลี้ยงดู หรือ ยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา และในกรณีที่ภริยามีชู้นั้น ถ้าสามีหรือภริยาได้ยินยอมหรือรู้เห็น เป็น ใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการ ดังกล่าวได้แล้วสามีหรือภริยาไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทน ดังกล่าว (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๓)

นายจีระศักดิ์ ชุมเชื้อ รปศ. 502 เลขที่ 5